ก่อนมีระบบ ร้านอาหารตามสั่งของผมก็ทำงานเหมือนร้านทั่วไปครับ พนักงานรับออเดอร์ จดลงกระดาษ บางอย่างก็จำเอาไว้ แล้วส่งต่อให้พ่อครัวแม่ครัว
ปัญหาคืออาหารตามสั่งไม่ได้มีแค่คำถามว่า “ลูกค้าสั่งเมนูอะไร?”
อาหารหนึ่งจานอาจเปลี่ยนเนื้อสัตว์ เพิ่มของ เปลี่ยนรูปแบบ มีรายละเอียดเฉพาะ หรือมี Note เพิ่มเติมอีก ลูกค้าสั่งเมนูเดียวกัน แต่สิ่งที่ต้องทำจริงอาจไม่เหมือนกันเลย
พอรายละเอียดเยอะขึ้น ความผิดพลาดก็เริ่มเกิด บางอย่างลืมจด บางอย่างจำไม่ได้ ต้องเดินกลับไปถามใหม่ หรือทำอาหารไปแล้วถึงพบว่ามีรายละเอียดตกหล่น ตอนคิดเงินก็มีโอกาสผิดจากการบวกราคาและคิดเงินทอนในใจ
และเมื่อจบวัน ข้อมูลที่เกิดขึ้นจำนวนมากก็จบอยู่บนกระดาษ เราแทบเอามันกลับมาวิเคราะห์อะไรต่อไม่ได้
ผมเลยเริ่มคิดว่า ปัญหาอาจไม่ใช่คนทำงานไม่ดี แต่เรากำลังให้คนต้องจำและจัดการรายละเอียดมากเกินไป
วันที่เอาระบบมาใช้กับร้านจริง
นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผมเริ่มพัฒนา LaMai และวันที่เอามา Live กับร้านจริง สิ่งที่ผมกังวลมากที่สุดไม่ใช่ว่าระบบจะเปิดได้ไหม แต่คือ เมื่อออเดอร์เริ่มซับซ้อนแล้ว ข้อมูลและราคายังต้องถูกต้อง
แล้วลูกค้าจริงก็ทดสอบให้ทันทีครับ 😅
มีทั้งการเลือกหลาย Attribute ในจานเดียว และยังมี Note เพิ่มเติมอีก ซึ่งเป็นธรรมชาติของร้านอาหารตามสั่งอยู่แล้ว เพราะแทบทุกจานสามารถถูกปรับตามความต้องการของลูกค้าได้

สิ่งที่เห็นชัดหลังเริ่มใช้คือ พนักงานไม่ต้องพยายามจำรายละเอียดเหล่านั้นอีก เพราะสามารถกลับมาอ่านจากระบบได้ และข้อมูลที่รับเข้ามาสามารถถูกส่งต่อไปใช้ในขั้นตอนถัดไปของร้าน
อีกปัญหาหนึ่งคือร้านของผมมีพนักงานหน้าร้านเพียงคนเดียว ถ้าลูกค้าเข้ามาพร้อมกันหลายโต๊ะ จะให้คนหนึ่งคนเดินไปรับออเดอร์ทุกโต๊ะพร้อมกันก็คงไม่ได้
การให้ลูกค้า Scan และสั่งอาหารเองจึงไม่ได้มีไว้เพราะอยากให้ร้านดูทันสมัย แต่เพราะมันช่วยให้ร้านเดินต่อได้ในช่วงที่พนักงานกำลังจัดการอย่างอื่นอยู่
Live แล้วไม่ได้แปลว่าเสร็จ
พอเอาระบบมาใช้จริง ผมก็เห็นทันทีว่ายังมีอะไรที่อยากทำต่อ ตัวอย่างหนึ่งคือ สถานะของอาหาร
ในเมื่อร้านมีพนักงานหน้าร้านเพียงคนเดียว ถ้าลูกค้าสามารถรู้ได้ว่าอาหารของตัวเองอยู่ในขั้นตอนไหน และเมื่ออาหารพร้อมก็สามารถมารับเองได้แบบ Self-Service ภาระของพนักงานหน้าร้านก็น่าจะลดลงได้อีก

นี่เป็นสิ่งที่การนั่งพัฒนาระบบอยู่หน้าคอมพิวเตอร์อาจไม่ได้ทำให้เราเห็นทั้งหมด
ระบบไม่ได้เสร็จตอนเขียน Code เสร็จ แต่มันเริ่มพิสูจน์ตัวเองตอนเอาไปใช้กับงานจริง
LaMai ไม่ได้เกิดมาเพื่อให้ร้านมีระบบมากขึ้น
สิ่งที่ผมต้องการจาก LaMai จริง ๆ ไม่ใช่การเอา Technology เข้าไปใส่ในร้านให้เยอะที่สุด แต่คือ ทำให้การทำงานของทุกส่วนในร้านราบรื่นขึ้น และทำให้คนในร้านมีความกดดันน้อยที่สุด
อะไรที่ระบบจำแทนได้ ก็ไม่จำเป็นต้องให้คนจำ อะไรที่ระบบคำนวณได้ ก็ไม่ควรให้คนคิดในใจ และข้อมูลที่เกิดขึ้นแล้ว ก็ควรถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์ต่อได้
เราไม่ได้สร้างระบบเพื่อให้คนในร้านมีอะไรต้องทำเพิ่ม แต่สร้างเพื่อให้เขามีเรื่องที่ต้องกังวลน้อยลง
แล้ว LaMai เหมาะกับร้านของคุณไหม?
ผมยังตอบไม่ได้ครับ เพราะแต่ละร้านมีวิธีทำงานและปัญหาไม่เหมือนกัน
ถ้าร้านของคุณกำลังเจอปัญหาเรื่องการรับออเดอร์ หน้าร้าน ครัว หรือมีขั้นตอนไหนที่รู้สึกว่า “ทำไมเราต้องวุ่นวายกับเรื่องนี้ทุกวัน?” ลองมานั่งคุยกันสัก 30 นาที ครับ
เล่าให้ผมฟังก่อนว่าร้านทำงานอย่างไรและติดปัญหาตรงไหน เราลองช่วยกันหาวิธีทำให้มันง่ายขึ้นก่อน และถ้า LaMai เหมาะกับปัญหานั้นจริง เราค่อยลองเอาไปใช้กับร้านของคุณ